ช่วงนี้ชาวสวนยางพาราต้องจับตาให้ดี เพราะมีรายงานจากกรมส่งเสริมการเกษตรแจ้งเตือนถึง “โรคใบร่วงยางพาราชนิดใหม่” ที่กำลังระบาดในหลายพื้นที่ของภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในแปลงปลูกยางพาราที่มีความชื้นสูงและระบบระบายอากาศไม่ดี
โรคใบร่วงยางชนิดใหม่นี้เกิดจากเชื้อรา Neopestalotiopsis ที่สามารถทำลายใบยางได้อย่างรวดเร็ว แตกต่างจากโรคใบร่วงชนิดเดิมที่หลายคนเคยรู้จัก เพราะเชื้อตัวใหม่นี้สามารถแพร่กระจายได้เร็ว ทั้งจากลม ฝน หรือแม้แต่การสัมผัสจากเครื่องมือการเกษตร
อาการที่ควรระวัง ได้แก่
-
ใบยางเริ่มมีจุดสีน้ำตาลคล้ายไหม้
-
ใบแห้งและร่วงหล่นก่อนวัย
-
หากระบาดรุนแรง ต้นยางอาจหยุดการเจริญเติบโตและตายในที่สุด
พื้นที่ที่พบการระบาดแล้ว เช่น จ.สุราษฎร์ธานี นราธิวาส ยะลา ปัตตานี และอุบลราชธานี โดยกรมส่งเสริมการเกษตรได้เร่งลงพื้นที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ พร้อมแนะนำวิธีจัดการเบื้องต้นให้ชาวสวนยางทำความสะอาดแปลง ปรับปรุงระบบระบายอากาศ และหลีกเลี่ยงการใช้ใบยางจากแปลงที่ติดเชื้อไปปนกับแปลงอื่น
แนวทางการป้องกันและควบคุม
-
ตัดใบที่มีอาการออกจากต้นและเผาทำลาย
-
หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่ไม่เหมาะสม เพราะอาจทำให้เชื้อดื้อยา
-
ใช้สารชีวภัณฑ์หรือสารเคมีที่กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำ เช่น แมนโคเซบ หรือโพรคลอราซ ตามอัตราที่เหมาะสม
-
เพิ่มระยะห่างในการปลูกเพื่อให้แสงและลมผ่านได้ดี
กรมส่งเสริมการเกษตรยังแนะให้ชาวสวนยางติดตามข่าวสารจากเจ้าหน้าที่เกษตรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และหากพบอาการผิดปกติในสวนยาง ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีเพื่อร่วมกันควบคุมโรคก่อนจะลุกลาม
บอกเลยว่าโรคนี้ไม่ธรรมดา เพราะนอกจากจะทำให้ผลผลิตลดลง ยังอาจกระทบถึงรายได้ของชาวสวนในระยะยาว ถ้าไม่รีบจัดการแต่เนิ่น ๆ อาจต้องเจอกับปัญหาหนักหน่วงในอนาคต
อย่าลืมว่า “กันไว้ดีกว่าแก้” ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งมีโอกาสป้องกันได้มากกว่า
ใครที่ทำสวนยางอยู่ช่วงนี้ อย่าชะล่าใจ รีบตรวจสวนตัวเองกันด่วน ๆ เลย!