ถ้าพูดถึงกลิ่นหอมจากธรรมชาติที่หายากและเป็นตำนานในแวดวงน้ำหอม เครื่องหอม หรือแม้แต่การใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ “ไม้จันทน์หอม” หรือที่บางคนเรียกว่า “ไม้จันทน์เทศ” ก็ต้องติดอันดับต้น ๆ แน่นอน ด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ หอมเย็น นุ่มลึก และให้ความรู้สึกสงบอย่างประหลาด จนหลายคนถึงกับยกให้เป็นกลิ่นที่ช่วยผ่อนคลายจิตใจได้อย่างแท้จริง

ไม้จันทน์หอมที่เราพูดถึงนี้ คือ “Santalum album” ซึ่งเป็นไม้เนื้อหอมที่ขึ้นชื่อมาก โดยเฉพาะจากแถบอินเดีย ศรีลังกา และอินโดนีเซีย แต่รู้ไหมว่าในประเทศไทยเองก็เคยมีไม้จันทน์หอมเช่นกัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนืออย่างที่ อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ หรือที่แม่ฮ่องสอน แต่อย่างไรก็ตามด้วยความต้องการสูง และการเก็บเกี่ยวแบบไม่ยั่งยืน ทำให้ไม้ชนิดนี้กลายเป็นไม้หายากและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์

จุดเด่นของไม้จันทน์หอม ไม่ใช่แค่กลิ่นหอมที่ซึมลึกเข้าไปในจิตใจเท่านั้น แต่ยังมีสารประกอบสำคัญอย่าง santalol ที่เป็นหัวใจหลักของกลิ่นหอมและมีคุณสมบัติทางยาด้วย เช่น ช่วยลดความเครียด ทำให้จิตใจสงบ และมีฤทธิ์ต้านจุลชีพตามธรรมชาติ จึงถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลาย ทั้งเครื่องหอม น้ำมันหอมระเหย เครื่องสำอาง ไปจนถึงใช้ในพิธีกรรมของศาสนาพุทธและฮินดูอีกด้วย

แต่เพราะต้องใช้เวลานานถึง 20-30 ปีกว่าไม้จันทน์หอมจะเติบโตเต็มที่ และการสกัดน้ำมันหอมก็ต้องใช้แก่นไม้ที่มีอายุพอสมควร ทำให้ราคาของน้ำมันหอมระเหยจากไม้จันทน์หอมสูงลิ่วถึงกิโลกรัมละหลายแสนบาท และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ไม้จันทน์หอมถูกตัดอย่างไม่บันยะบันยังในอดีต

ปัจจุบันหลายประเทศ รวมถึงไทย เริ่มตื่นตัวเรื่องการอนุรักษ์ไม้จันทน์หอมมากขึ้น มีการปลูกทดแทนในระบบเกษตรเชิงพาณิชย์และเชิงอนุรักษ์มากขึ้น อย่างเช่นที่โครงการหลวงหรือในพื้นที่ของมูลนิธิโครงการหลวง ก็มีการศึกษาและส่งเสริมการปลูกไม้จันทน์หอมร่วมกับพืชอื่น ๆ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต พร้อมกับรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่

ที่น่าทึ่งคือ การปลูกไม้จันทน์หอมต้องมี “พืชพี่เลี้ยง” เพราะมันเป็นพืชกึ่ง ต้องดูดสารอาหารจากรากพืชอื่นด้วย เช่น ไม้พยูง หรือมะขามป้อม เป็นต้น ทำให้การปลูกต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการดูแลอย่างใกล้ชิด

ในอนาคต ถ้าเราทุกคนช่วยกันส่งเสริมการใช้ไม้จันทน์หอมที่มาจากแหล่งปลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสนับสนุนสินค้าที่ผลิตอย่างยั่งยืน ก็จะเป็นอีกหนึ่งพลังในการอนุรักษ์กลิ่นหอมธรรมชาตินี้ให้อยู่กับเราไปอีกนาน

ไม้จันทน์หอม ไม่ใช่แค่ไม้หอมราคาแพง แต่คือ “มรดกธรรมชาติ” ที่ควรค่าแก่การรักษา และส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้รู้ถึงคุณค่าและเรื่องราวเบื้องหลังกลิ่นหอมที่แสนจะละมุนนี้