ถ้าพูดถึง “เห็ดเป็นยา” หนึ่งในเห็ดที่น่าสนใจและมีคุณค่าทางยาอย่างสูงที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักมากนัก ก็คือ “เห็ดนางรมหัว” หรือที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Pleurotus tuber-regium เป็นเห็ดป่าที่พบได้ในเขตร้อน รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ชาวบ้านนิยมเก็บมาปรุงอาหารและใช้เป็นสมุนไพรมานานหลายชั่วอายุคน
รู้จักกับเห็ดนางรมหัวให้มากขึ้น
เห็ดนางรมหัวมีลักษณะเฉพาะคือ จะเกิดจากหัวเห็ดที่อยู่ใต้ดิน (Sclerotium) ลักษณะคล้ายหัวมันหรือหัวเผือก เนื้อแน่น หนา เมื่อเติบโตจะแตกดอกออกมาเป็นเห็ดคล้ายเห็ดนางรม แต่ดอกจะหนากว่า สีขาวนวลและมีรสชาติเข้มข้นกว่าด้วย
ในบางพื้นที่เช่นจังหวัดแพร่ เชียงราย หรือแม่ฮ่องสอน ชาวบ้านเรียกกันว่า “เห็ดหัว” หรือ “เห็ดหัวเผือก” และมักจะหาได้ในช่วงฤดูฝนเท่านั้น ถือว่าเป็นของป่าหายากและมีราคาสูงในตลาดท้องถิ่น
คุณค่าทางยาและสรรพคุณของเห็ดนางรมหัว
จากการศึกษาหลายฉบับพบว่าเห็ดนางรมหัวอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โปรตีน และกรดอะมิโนหลายชนิด อีกทั้งยังมีเบต้ากลูแคนที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ลดไขมันในเลือด ควบคุมระดับน้ำตาล และต้านมะเร็งได้ในระดับหนึ่ง
สรรพคุณหลักของเห็ดนางรมหัวที่คนโบราณนิยมใช้ คือ
-
บำรุงร่างกาย สำหรับคนที่ฟื้นตัวจากการป่วย หรือผู้สูงอายุ
-
บำรุงสมอง และช่วยลดความเสี่ยงอัลไซเมอร์
-
แก้ไอ ขับเสมหะ โดยเฉพาะเมื่อนำไปต้มกับสมุนไพรอื่น ๆ
-
ลดความดันโลหิต และช่วยในการไหลเวียนโลหิต
-
เสริมภูมิคุ้มกัน เหมาะกับคนที่เป็นภูมิแพ้หรือภูมิคุ้มกันต่ำ
วิธีการนำไปใช้
หัวเห็ดหรือ Sclerotium นิยมนำไปต้มในน้ำซุป หรือหั่นบาง ๆ ผัดกับสมุนไพร หรือใส่ในแกงต่าง ๆ โดยเฉพาะแกงเห็ดพื้นบ้านแบบอีสาน หรือแกงเลียงของภาคกลาง ส่วนดอกเห็ดที่งอกออกมา นิยมนำไปทำอาหารได้หลากหลาย เช่น ผัดเห็ด แกงเห็ด หรือเห็ดย่างก็ได้
ปลูกได้ไหม? เห็ดนางรมหัวกับการเพาะเลี้ยง
แม้จะเป็นเห็ดป่าแต่ปัจจุบันมีเกษตรกรในบางพื้นที่เริ่มเพาะเห็ดนางรมหัวจากหัวพันธุ์หรือก้อนเห็ดที่พัฒนาขึ้นมาแล้ว โดยใช้วิธีเพาะในถุงหรือในบ่อดิน ใช้เศษไม้และวัสดุจากธรรมชาติ ไม่ต้องใช้สารเคมี จึงปลอดภัยและเป็นออร์แกนิกแท้ ๆ
ที่โครงการหลวง หรือศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหลายแห่งก็เริ่มมีงานวิจัยเกี่ยวกับการเพาะเห็ดนางรมหัวเพื่อขยายผลเชิงพาณิชย์ในอนาคต
กินยังไงให้ได้ประโยชน์แบบเต็ม ๆ
ถ้าอยากได้สรรพคุณทางยา แนะนำให้นำหัวเห็ดไปต้มกับน้ำดื่มแบบชาสมุนไพร ไม่ควรต้มเดือดเกินไป และควรดื่มขณะอุ่น ๆ หรือจะใส่ในซุปแทนรากไม้หรือสมุนไพรอื่นก็ได้ เพราะเนื้อจะออกหวานและหอมแบบธรรมชาติ
สำหรับคนที่กินเพื่อสุขภาพ ไม่ได้เจ็บป่วย แค่กินแบบอาหารทั่วไปก็เพียงพอแล้ว แต่ไม่แนะนำให้กินดิบ เพราะอาจย่อยยากและดูดซึมสารอาหารได้ไม่เต็มที่
ข้อควรระวัง
-
ไม่ควรเก็บเห็ดเองหากไม่แน่ใจ เพราะเห็ดป่าหลายชนิดมีลักษณะใกล้เคียงกันและบางชนิดเป็นพิษ
-
สำหรับผู้ที่แพ้เห็ดหรือระบบย่อยอาหารไม่ดี ควรเริ่มกินทีละน้อยก่อน
-
หัวเห็ดแม้จะมีประโยชน์แต่ควรกินในปริมาณพอดี ไม่ควรเกินวันละ 50-100 กรัม
สรุป
เห็ดนางรมหัวเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรจากธรรมชาติที่ให้ทั้งคุณค่าทางอาหารและสรรพคุณทางยาอย่างครบถ้วน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพแบบปลอดภัย ไม่พึ่งสารเคมี ใครที่มีโอกาสเจอเห็ดชนิดนี้ในตลาดหรือร้านสมุนไพร ลองซื้อมาทำอาหารหรือต้มน้ำดื่มดู รับรองว่าจะติดใจทั้งรสชาติและประโยชน์แน่นอน