ในยุคที่เราต้องเผชิญกับปัญหาฝุ่น PM2.5 และหมอกควันจากการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง “ปุ๋ยหมักรักษ์โลก” กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสุด ๆ สำหรับคนที่อยากช่วยโลก และอยากมีส่วนร่วมลดมลพิษแบบที่ไม่ต้องรอภาครัฐลงมือ

จากบทความโดยสำนักงานวิจัยและพัฒนาเกษตรที่สูง (HRDI) ที่ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่ภาคเหนือของไทย โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน ได้เผยแนวทางการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น ซังข้าวโพด เศษฟาง ใบไม้แห้ง ที่เดิมทีจะถูกเผาทิ้งให้กลายเป็นหมอกควัน แต่วันนี้ถูกนำมาเปลี่ยนเป็น “ปุ๋ยหมักรักษ์โลก” ที่ให้ประโยชน์ทั้งต่อดิน พืช และอากาศ

การทำปุ๋ยหมักไม่ยากเลย เริ่มต้นจากการเตรียมวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น เช่น มูลสัตว์ (วัว, ควาย), เศษผักผลไม้, ซังข้าวโพด ใบไม้แห้ง จากนั้นหมักรวมกันในที่ร่ม ราดน้ำพอชื้นแล้วกลับกองเป็นระยะ ๆ ประมาณ 30-45 วัน ก็จะได้ปุ๋ยหมักพร้อมใช้ กลิ่นไม่เหม็น ไม่เป็นพิษต่อคนหรือสัตว์

ข้อดีของการใช้ปุ๋ยหมักแทนปุ๋ยเคมี คือ ช่วยลดต้นทุนของเกษตรกร เพิ่มอินทรีย์วัตถุให้ดิน ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในพืช และที่สำคัญคือ ช่วยลดปัญหาการเผาในที่โล่ง ที่เป็นสาเหตุหลักของหมอกควันในภาคเหนือช่วงต้นปี

แถมยังเป็นแนวทางสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนอีกด้วย เช่น บางชุมชนรวมตัวกันตั้งกลุ่มผลิตปุ๋ยหมักขายในท้องถิ่น โดยมีองค์ความรู้จาก HRDI และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้ามาช่วยสนับสนุน ทั้งด้านองค์ความรู้ การตลาด และการจัดทำมาตรฐานสินค้าให้ปลอดภัย

ถ้าใครอยู่ในพื้นที่เมืองหรือชานเมืองก็สามารถทำได้เช่นกัน แค่แยกขยะเปียกจากเศษอาหาร แล้วนำมาหมักในถังพลาสติกขนาดกลางที่มีฝาปิด วางไว้ในที่ร่ม พอครบ 30 วันก็นำไปใช้กับต้นไม้ในบ้านได้เลย

จะเห็นได้ว่าการทำปุ๋ยหมักรักษ์โลก ไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ต้องลงทุนสูง ไม่ต้องมีที่ดินเยอะ ขอแค่เริ่มลงมือจากสิ่งที่มีอยู่รอบตัว ที่สำคัญคือ เราได้ช่วยกันลดปัญหาหมอกควันในระยะยาว และยังช่วยลดโลกร้อนอีกด้วย

ใครที่สนใจ สามารถเข้าไปดูตัวอย่างหรือคู่มือการทำปุ๋ยหมักแบบง่าย ๆ ได้จากหลายแหล่งข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น HRDI, ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง หรือแม้กระทั่งใน YouTube ที่มีเกษตรกรหลายคนแชร์ประสบการณ์การทำปุ๋ยหมักไว้เยอะมาก

เริ่มวันนี้ เพื่อลมหายใจของพรุ่งนี้
เพราะการเปลี่ยนแปลงโลก เริ่มที่บ้านเราได้เลย