คะน้าฮ่องกง หรือที่หลายคนเรียกว่า “คะน้าต้นใหญ่” เป็นผักใบเขียวที่กำลังมาแรงมากในวงการเกษตรไทย ด้วยลักษณะเด่นคือ ลำต้นใหญ่ กรอบ ใบสีเขียวเข้ม รสชาติไม่ขมเหมือนคะน้าทั่วไป แถมยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะในร้านอาหารจีน ร้านอาหารสุขภาพ และโรงแรมระดับสูง
เกษตรกรหลายคนเริ่มหันมาปลูกคะน้าฮ่องกง เพราะราคาดี กำไรสูง ปลูกง่าย โตไว และสามารถปลูกได้ทั้งในดินและในระบบไฮโดรโปนิกส์ วันนี้เราจะมาเล่าทุกขั้นตอนให้เข้าใจง่ายแบบฉบับคนเริ่มต้น ใครสนใจอยากลองปลูกตามมาดูกันเลย!
จุดเด่นของคะน้าฮ่องกง
-
ลำต้นอวบใหญ่ เนื้อกรอบ
-
ใบสีเขียวเข้ม รสชาติไม่ขม
-
ต้านทานโรคได้ดี
-
โตไว เก็บเกี่ยวได้ใน 30-40 วัน
-
ตลาดต้องการสูง โดยเฉพาะในห้างและร้านอาหาร
ขั้นตอนการปลูกคะน้าฮ่องกง
1. เตรียมแปลงปลูก
พื้นที่ควรมีแสงแดดเพียงพอ ดินร่วนซุย ระบายน้ำดี และควรใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกก่อนปลูก 1-2 สัปดาห์ เพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน
2. เตรียมเมล็ดพันธุ์
เลือกเมล็ดพันธุ์ที่ได้มาตรฐาน เช่น พันธุ์จากศูนย์พัฒนาโครงการหลวง หรือบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น เจียไต๋ หรือศรแดง
3. เพาะเมล็ด
แช่เมล็ดในน้ำอุ่นประมาณ 4-6 ชั่วโมง ก่อนนำไปเพาะในถาดหลุม หรือเพาะลงแปลงโดยตรงก็ได้ รดน้ำให้ชุ่ม รอจนต้นกล้าอายุประมาณ 10-15 วันค่อยย้ายปลูก
4. ย้ายปลูก
ระยะปลูกที่แนะนำคือ 20×20 เซนติเมตร หรือ 25×25 เซนติเมตร ขึ้นอยู่กับขนาดแปลง รดน้ำเช้าเย็น หมั่นกำจัดวัชพืช และให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
5. การดูแล
ให้ปุ๋ยสูตรเสมอ (15-15-15) ทุก 7 วัน และเสริมแคลเซียม-โบรอน เพื่อป้องกันปลายใบแห้ง ควรใช้สารชีวภาพหรือสมุนไพรไล่แมลง เพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมี
6. เก็บเกี่ยว
เมื่ออายุประมาณ 30-40 วัน ลำต้นจะใหญ่ประมาณนิ้วโป้ง หรือเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-3 ซม. ใช้มีดตัดโคนต้นแล้วล้างน้ำให้สะอาด พร้อมขายหรือบริโภคได้เลย
ปลูกขายดีจริงไหม?
ตอบเลยว่า “ดีมาก!” ถ้าปลูกในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ จะสามารถเก็บเกี่ยวได้มากถึง 1,200-1,500 กิโลกรัมต่อรอบ หากขายในราคากิโลกรัมละ 30 บาท ก็จะมีรายได้ประมาณ 40,000-45,000 บาทภายในเวลาไม่ถึง 2 เดือน!
ตลาดที่รับซื้อคะน้าฮ่องกงได้แก่
-
ตลาดไท
-
ตลาดศรีเมือง
-
ร้านอาหาร ร้านสลัด
-
ร้านอาหารจีน โรงแรม
ข้อควรระวัง
-
หมั่นตรวจดูโรคใบจุด และแมลงจำพวกหนอนเจาะต้น
-
ไม่ควรรดน้ำมากเกินไป เพราะอาจทำให้รากเน่า
-
ช่วงฝนตกหนัก ควรมีระบบระบายน้ำที่ดี
ปลูกไว้กินเองก็ได้
ถ้าใครมีพื้นที่แค่กระถางเล็กๆ หน้าบ้านหรือบนดาดฟ้า ก็สามารถปลูกได้ โดยใช้ดินผสมอินทรีย์และรดน้ำทุกเช้าเย็น รับรองได้ผักปลอดสารกินเองทุกวัน
สรุป
การปลูกคะน้าฮ่องกงไม่ใช่เรื่องยาก แถมยังเป็นพืชที่ตลาดต้องการสูงและให้ผลตอบแทนดี เหมาะทั้งปลูกขายในเชิงพาณิชย์ และปลูกกินเองในครัวเรือน ใครที่อยากเริ่มต้นทำเกษตร ลองเริ่มจากผักชนิดนี้ก่อนก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว!