การไถพรวนช่วยอนุรักษ์แหล่งน้ำและคุณภาพดิน

การไถพรวน


การไถพรวนดิน นั้นไม่ได้มีผลต่อความเจริญ เติบโตของพืชโดยตรง แต่มีผลในทางอ้อม เช่น ทำให้ดินมีความโปร่งมากขึ้น มีการ ถ่ายเทอากาศดี ลดการระเหยของน้ำจากผิว หน้าดิน ช่วยกำจัดวัชพืช ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะมีผล สนับสนุนให้พืชเจริญเติบโตได้ดีขึ้น

ผลเสียของการไถพรวนดิน

แม้ว่าการไถพรวนดินจะก่อให้เกิดผลดีแก่การปลูก พืชแต่ก็มีผลเสียต่อระบบเกษตร โดยเฉพาะทำให้ คุณสมบัติดินทั้งทางกายภาพและเคมีของดินเปลี่ยนแปลง ไป ผลเสียอันเกิดจากการไถพรวนสามารถสรุปได้ ดังนี้

  1. ทำให้ดินแน่น ผลจากการศึกษาด้านปฐพีวิทยา แสดงให้เห็นว่าการใช้เครื่องจักรกลเกษตร ทำให้ความหนา แน่นรวมของดินสูงขึ้น แม้ว่าการไถพรวนจะทำให้ชั้นดิน บริเวณรากพืชร่วนซุยขึ้น แต่ผลดังกล่าวเกิดกับชั้นดินที่ลึก เพียงไม่กี่เซนติเมตรจากพื้นผิวดิน ในทางตรงกันข้าม เครื่องจักรกลเกษตรกลับทำให้ดินชั้นล่างๆมีความแน่นทึบ มากยิ่งขึ้น การไถดินในขณะที่แห้งเกินไปจะทำให้เป็น ก้อนขนาดใหญ่ ไม่เหมาะสมต่อการปลูกพืช และถ้าไถ ในขณะที่ดินเปียกเกินไปจะทำลายเม็ดและโครงสร้างของดิน หากมีฝนตกหนักในเวลาต่อมาเม็ดดินจะยึดตัวแน่นเป็น แผ่นผิวดิน ทำให้เกิดผลเสียต่อการงอกและการแทงของ ต้นอ่อนสู่ผิวดิน
  2. เพิ่มอัตราการชะล้างพังทลายของดิน โดย เฉพาะในพื้นที่ที่มีความลาดเทแล้วมีการไถพรวนขึ้นลง ตามความลาดเท จะทำให้เกิดการกัดกร่อนของดินอันเกิด จากน้ำไหลบ่าในยามฝนตกหนัก สำหรับในฤดูแล้งผิวดิน จะถูกกัดกร่อนด้วยแรงลม
  3. ลดการถ่ายเทอากาศและความสามารถใน การดูดซับน้ำในชั้นดินที่ไม่ถูกไถพรวน เพราะการ ไถพรวนจะลดปริมาณรูพรุนขนาดใหญ่ของดิน ทำให้ความ สัมพันธ์ระหว่างน้ำ ธาตุอาหาร และอากาศในดินที่จำเป็น ต่อการเจริญเติบโตของพืชมีความเหมาะสมลดลง
  4. เพิ่มความหนาแน่นและความเครียดของน้ำ ซึ่งการใช้รถไถขนาดกลางจะทำให้ดินที่ระดับความลึก 60 เซนติเมตร มีความหนาแน่นและความเครียดของน้ำเพิ่มขึ้น

ชนิดของการไถพรวนดิน

จากปัญหาดังกล่าวข้างต้น จึงเกิดแนวความคิดใน การปลูกพืช โดยไถพรวนดินให้น้อยที่สุดหรือไม่ไถพรวน เลย ถ้าจำเป็นต้องมีการไถพรวนก็ให้ไถพรวนและปลูกพืช ตามแนวระดับ เพื่อลดปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน ซึ่งส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการไถพรวนขึ้นลงตามความ ลาดชัน อย่างไรก็ตามเพื่อให้การไถพรวนมีประสิทธิภาพ ต่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ นักอนุรักษ์ดินและน้ำได้จำแนก และแบ่งชนิดของการไถพรวนไว้ดังนี้

  1. ระบบการไถพรวนด้วยไถสิ่วบนพื้นที่ลาดเท การไถด้วยไถสิ่วจะมีการสูญเสียดินน้อยกว่าการไถด้วยไถ หัวหมู ลักษณะของไถสิ่วจะเป็นแผ่นเหล็กโค้งคล้ายรูปตัวยู ปลายข้างหนึ่งจะเชื่อมติดกับแท่งเหล็กส่วนปลายข้างหนึ่ง จะมีลักษณะแหลมสำหรับตะกุยดิน บนแท่งเหล็กที่กล่าว มานี้จะมีไถสิ่วติดไว้ 4-6 อัน โดยมีระยะห่างๆ กัน การไถ ด้วยไถสิ่วนี้จะทำให้ดินที่แน่นมีลักษณะร่วนซุยขึ้น
  2. ระบบการปลูกพืชโดยไม่มีการไถพรวนดิน แต่ใช้ยากำจัดวัชพืชแทน วิธีนี้ใช้ได้ดีกับการปลูกข้าวโพด และถั่วเหลือง ประโยชน์ของการปลูกพืชแบบวิธีนี้ก็คือ ลดการชะล้างพังทลายของดิน เศษเหลือของพืชจะเป็น วัตถุคลุมดิน ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำไหลบ่า และสลายตัว ให้อินทรียวัตถุแก่ดินต่อไป นอกจากนี้โครงสร้างของดิน ยังไม่ถูกทำลายด้วย
  3. ระบบการไถพรวนโดยปล่อยเศษเหลือของ พืชอยู่ที่ผิวดิน วิธีนี้ห้ามเผาเศษซากพืชแต่ให้ไถพรวนดิน ขณะมีเศษซากพืชเหลืออยู่ในแปลง
  4. ระบบการไถพรวนน้อยที่สุด คือ ในการเตรียม ดินและปลูกพืชควรให้มีจำนวนครั้งของการไถพรวนน้อยที่ สุด การไถพรวน การปลูกและการใส่ปุ๋ย จะกระทำพร้อม กันครั้งเดียวเพื่อลดจำนวนครั้งของรถไถที่จะอยู่ในแปลง
  5. ระบบการไถพรวนทำลายชั้นดินที่แน่นทึบที่ ปรากฏในชั้นดินล่าง ซึ่งชั้นดินที่แน่นทึบเป็นอุปสรรค ทำให้น้ำไหลซึมลงในดินได้ช้า และจำกัดการเจริญเติบโต ของรากพืช การทำลายชั้นดินที่แน่นทึบ ทำให้น้ำไหลซึม ลงสู่ส่วนลึกของดินได้สะดวกมากขึ้น จึงลดปริมาณน้ำ ที่ไหลบ่าบนผิวดินช่วยให้รากพืชชอนไชดูดแร่ธาตุอาหาร และน้ำได้ลึกมากขึ้น และทำให้ดินล่างมีความพรุนมากขึ้น
  6. ระบบการไถพรวนและเตรียมดินตามแนวระดับ ถ้ามีการนำวิธีการไถพรวนแบบอนุรักษ์ดินตามวิธีที่ 1-5 มาปฏิบัติร่วมกัน ด้วยจะทำให้การไถ พรวนตามแนวระดับมี ประสิทธิภาพในการ อนุรักษ์ดินและน้ำมากขึ้น

ชนิดของการไถพรวนดิน

การไถพรวนและปลูกพืชตามแนวระดับ คือ การ ไถพรวนดินให้ขนานกันไปตามแนวระดับ ขวางความ ลาดเทพื้นที่ เพื่อจะได้ปลูกพืชตามแนวระดับได้สะดวกและ มีประสิทธิภาพในการอนุรักษ์ดินและน้ำ มักนิยมปฏิบัติ บนพื้นที่ที่มีความลาดเทอยู่ระหว่าง 2-8 เปอร์เซ็นต์ มีความ ลาดเทสม่ำเสมอ และมีระยะของความลาดเทไม่เกิน 100 เมตร

ประโยชน์ของการไถพรวน และปลูกพืชตามแนวระดับ

  1. ร่องที่เกิดขึ้นจากการไถพรวนดินและปลูก พืชจะทำหน้าที่เหมือนเขื่อนสกัดกั้นและลดความเร็ว ของน้ำที่ไหลบ่าบนผิวดินโดยตรง
  2. ทำให้เกิดที่กักเก็บน้ำบนผิวดินจำนวนมาก ถ้าดินมีการซึมซาบดีและมีความสามารถในการซึมน้ำสูง จะเป็นผลทำให้ฝนที่ตกลงมาส่วนใหญ่ไหลซึมลงไปใน ดินได้มาก
  3. การไถพรวนดินและปลูกพืชตามแนวระดับนี้ ถ้าปฏิบัติบนพื้นที่ที่มีความลาดเทไม่เกิน 8 เปอร์เซ็นต์ จะลดการสูญเสียดินได้ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของดิน ที่สูญเสียจากการปลูกพืชขึ้นลงตามแนวลาดเท แต่ ประสิทธิภาพการอนุรักษ์ดินและน้ำจะลดลง เมื่อความ ลาดเทของพื้นที่เกิน 8 เปอร์เซ็นต์

การไถพรวนและปลูกพืชตามแนวระดับนี้เป็น วิธีการขั้นพื้นฐานในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งมาตรการ อนุรักษ์ดินและน้ำวิธีการอื่น จะต้องอาศัยวิธีการนี้ผสม ผสานด้วย เช่น การปลูกพืชสลับเป็นแถว การปลูกพืช หมุนเวียน การปลูกพืชแซม การปลูกพืชเหลื่อมฤดู เป็นต้น

การไถพรวน

ที่มา :
สำนักวิจัยและพัฒนาการจัดการที่ดิน โทร 0-2579-0461
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 1-12
กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม 10900

Share This Post

Recent Posts in ตลาดเกษตร | ลงประกาศซื้อ-ขายสินค้าเกษตร

Powered by · Dimple