ปลูกต้นยูคาลิปตัสบนคันนา อีกหนึ่งทางเลือกของชาวนาภาคอีสาน

ต้นยูคาลิปตัสบนคันนา


การปลูกยูคาลิปตัสบนคันนา

สภาพพื้นที่นาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มี ลักษณะเป็นที่ราบสูงมีขนาดกระทงนาเล็ก ทำให้มี คันนาเป็นจำนวนมาก เหมาะที่จะนำมาใช้ประโยชน์ ปลูกไม้ยืนต้นโตเร็ว เช่น ยูคาลิปตัสซึ่งเป็นไม้ที่สามารถ เจริญเติบโตได้ทุกสภาพแวดล้อม จะช่วยให้เกษตรกร มีรายได้เพิ่มขึ้นนอกจากการทำนา

การเตรียมพื้นที่

การปลูกยูคาลิปตัสบนคันนาปลูกได้ 2 ลักษณะ คือ

  1. ปลูกบนคันนาเดิมที่มีความกว้างประมาณ 60-70 เซนติเมตร และความสูงประมาณ 50-60 เซนติเมตร จะปลูกได้ 1 แถวโดยปลูกชิดไปทางด้าน หนึ่งด้านใด ควรมีระยะห่างระหว่างต้น 1-2 เมตร จะมีจำนวนต้น 60-120 ต้น/ไร่ หลุมปลูกควรมีขนาด กว้างxยาวxลึก ประมาณ 50x50x50 เซนติเมตร
  2. ปลูกบนคันนาที่ได้รับการปรับแต่งที่มี ความกว้าง 150 เซนติเมตร และสูง 60 เซนติเมตร ปลูกได้ 2 แถว ปลูกแบบสลับฟันปลา มีระยะห่าง ระหว่างแถวและต้น เท่ากับ 1 เมตร และ 1.5 เมตร ตามลำดับ จะมีจำนวนต้นเท่ากับ 160 ต้น/ไร่ หลุม ปลูกควรมีขนาด กว้างxยาวxลึก ประมาณ 30×30 x30 เซนติเมตร เนื่องจากดินยังรวมตัวกันแบบหลวมๆ

การจัดการหลุมปลูกและการปลูก

ปลูกได้ 2 ช่วง คือปลูกในฤดูฝนและปลูกใน ฤดูแล้ง วิธีการจัดการหลุม ดังนี้

  1. นำดินที่ขุดจากหลุมบางส่วนผสมกับปุ๋ยหมัก ประมาณ 3-5 กก. คลุกเคล้ากันให้ดีนำไปรองใน ก้นหลุม พร้อมกับใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 30-50 กรัมต่อหลุม
  2. นำกล้าไม้ที่ได้จากการเตรียมแบบตัดกิ่ง ปักชำ หรือเพาะจากเมล็ด รดด้วยปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ ก่อนนำไปปลูก
  3. จัดการปลูกโดยให้ส่วนคอรากอยู่ในระดับ ดิน กลบดินที่ระดับดินเดิมของกล้าไม้ และกดดินรอบๆ กล้าไม้ให้แน่น
  4. ถ้าปลูกในฤดูแล้ง ให้นำน้ำปุ๋ยหมักชีวภาพที่ เจือจางแล้ว 10-20 ลิตร รดกล้าไม้ในหลุมปลูกให้ชุ่ม หลักจากนั้น 1 วัน นำดินแห้งที่ตากอยู่ข้างหลุมปลูก กลบลงในหลุมปลูกให้ถึงระดับผิวดินเดิม และไม่ต้อง ทำการรดน้ำอีกต่อไป

การใส่ปุ๋ยยูคาลิปตัส

ยูคาลิปตัส เป็นไม้ที่สามารถ เจริญเติบโตได้ทุกสภาพแวดล้อม

การใส่ปุ๋ยและดูแลรักษา

ถ้าต้องการเร่งการเจริญ เติบโตของกล้าไม้ที่ปลูกให้ เร็วขึ้น ควรใส่น้ำปุ๋ยหมักชีวภาพ (ที่เจือจาง แล้ว) ประมาณ 5-10 ลิตร ให้กับกล้าไม้เป็นระยะๆ และให้ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 อัตรา 100-200 กรัมต่อ ต้นต่อปี แบ่งใส่ 2 ครั้งตอนต้นและปลาย ฤดูฝน

ข้อควรปฏิบัติ

การปลูกยูคาลิปตัส ให้ปลูกตามแนวทิศตะวัน- ออก–ตะวันตก และควรมีการไถพรวนดินให้ชิดขอบ คันนา ก่อนฤดูการทำนาทุกครั้ง เพื่อเป็นการตัดราก ยูคาลิปตัสเพราะยูคาลิปตัสมีรากแขนงมากถึง 85% และมีรากฝอยงอกลงไปใน นาข้าวแผ่ขยายลุกลามลง ไปในพื้นที่นาข้าว ทั้งนี้เพื่อลด การแก่งแย่งธาตุอาหาร ระหว่างยูคาลิปตัสกับข้าวที่ ปลูก

การเก็บเกี่ยว

  • การตัดไม้ยูคาลิปตัส ควรใช้เลื่อยแทนการใช้ มีดหรือขวาน เพื่อลดความบอบช้ำที่จะเกิดกับตอไม้ ที่จะแตกหน่อขึ้นมาใหม่
  • ควรตัดให้ชิดดิน หรือเหลือตอทิ้งไว้ประมาณ 10-12 ซม. โดยหน้าเขียงต้องมีความลาดเอียงเพื่อ ป้องกันไม่ให้มีน้ำขังบนหน้าเขียง ที่อาจทำให้ตอไม้นั้น ผุพังได้ง่าย และช่วยให้หน่อใหม่มีความแข็งแรง
  • อายุการตัด ตัดได้ตั้งแต่ อายุ 2-5 ปีขึ้นไป และตัดได้เรื่อยๆ แต่ไม่ควรเกิน 3 รอบ หากตัดรอบละ 5 ปี

ผลผลิต

จากการศึกษาของสถานีพัฒนาที่ดิน ร้อยเอ็ด พบว่า

  • ผลผลิตไม้ยูคาลิปตัสบนคันนาปกติปลูก 1 แถว ระยะห่าง 2-3 เมตร ได้ผลผลิตเฉลี่ยต้นละ 58 กิโลกรัมต่อต้น ต่อ 2 ปีครึ่ง
  • ผลผลิตไม้ยูคาลิปตัสบนคันนาที่ได้รับการ ปรับแต่งและปลูกแบบประณีต ปลูก 2 แถวสลับ ฟันปลา ด้วยระยะห่าง 1.50 เมตร ได้ผลผลิตเฉลี่ย การเก็บเกี่ยว 30-40 กิโลกรัมต่อต้นต่อปี

การปลูกยูคาลิปตัสบนคันนาที่มีการปรับ แต่งคันนาในพื้นที่นา 1 ไร่ ซึ่งมีคันนายาว 120 เมตร ปลูกได้ 160 ต้น มีน้ำหนัก รวม 40 ตัน/5 ปี โดยราคาขายหน้าโรงงานประมาณ 1,000 บาทต่อตัน ดังนั้นเกษตรกรจะมี รายได้จากการปลูกยูคาลิปตัส บนคันนาประมาณ 40,000 บาท ต่อไร่ต่อ 5 ปี หรือ 8,000 บาท ต่อไร่ต่อปี

ที่มา :
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 3 4 หรือ 5
กรมพัฒนาที่ดิน ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กทม 10900
โทร 0-2579-8515

 

Share This Post

Recent Posts in ตลาดเกษตร | ลงประกาศซื้อ-ขายสินค้าเกษตร

Powered by · Dimple