กุ่มน้ำ

กุ่มน้ำ, กุ่ม , Crateva magna (Lour.) DC. วงศ์ CAPPARACEAE


กุ่มน้ำ
Crateva magna (Lour.) DC.
วงศ์ CAPPARACEAE

ชื่ออื่น กุ่ม (ภาคตะวันออกเฉียงใต้)

ลักษณะวิสัย ไม้เนื้ออ่อน โตเร็ว ผลัดใบช่วงสั้น ๆ ขนาด เล็กหรือขนาดกลาง สูงได้ประมาณ 20 ม. ลำต้นมักคดงอ แตกกิ่งต่ำ เปลือกเรียบ สีเทา มีช่องอากาศกระจายทั่วไป

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ที่สำคัญ ไม่มีหูใบ ใบประกอบ มีสามใบย่อย ใบย่อยรูปใบหอกหรือรูปขอบขนาน ยาว 4.5–18 ซม. ใบย่อยด้านข้างโคนใบเบี้ยวเล็กน้อย แผ่นใบด้านล่างมีนวล ใบแห้งสีน้ำตาลแดง ช่อดอกออกที่ปลายกิ่ง ดอกสีขาวแล้ว ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง กลีบเลี้ยงและกลีบดอกมีจำนวน อย่างละ 4 กลีบ กลีบดอกค่อนข้างกลม โคนกลีบเป็นเส้นคล้าย ก้าน เกสรเพศผู้ 15–25 อัน สีม่วง ผลแบบผลมีเนื้อหนึ่งถึงหลาย เมล็ด ขนาดใหญ่ เปลือกหนา ก้านยาว เนื้อเป็นปุย เมล็ดจำนวน มาก สีน้ำตาลเข้ม รูปเกือกม้า

เขตการกระจายพันธุ์ จีนตอนใต้ อินเดีย พม่า ลาว ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย

การกระจายพันธุ์และนิเวศวิทยาในประเทศไทย ขึ้น กระจายตามที่ราบลุ่ม และชายน้ำทั่วทุกภาค จนถึงระดับความ สูงประมาณ 700 ม. ออกดอกเดือนธันวาคม–เมษายน เป็นผล เดือนเมษายน–กันยายน

ประโยชน์ ไม้เนื้ออ่อน ใช้ในงานแกะสลัก ทำเครื่องดนตรี เปลือกและรากใช้เป็นยาบำรุงกำลังสตรี ระงับพิษที่ผิวหนัง แก้ไข้ ขับน้ำเหลืองเสีย ใบอ่อน ดอกและผลอ่อน รับประทานเป็นผักสด ใบแก่มีพิษ มีฤทธิ์ต่อระบบไหลเวียนของโลหิต ทำให้ อาเจียน หายใจลำบาก กล้ามเนื้ออ่อนเปลี้ย กระตุก มึนงง ไม่รู้สึกตัว ชักก่อนจะหมดสติ ถ้าได้รับปริมาณมากจะเกิด อาการรุนแรงภายใน 10–15 นาที ใช้ปริมาณน้อยเป็นยาระบาย

การขยายพันธุ์ เพาะเมล็ด ปักชำ ตอนกิ่ง เมล็ดเพาะง่าย ในธรรมชาติเมล็ดและต้นกล้าของกุ่มน้ำมักจะขึ้นบนดิน ปนทรายที่ชุ่มชื้น กลางแจ้ง หลังฤดูน้ำหลาก

ข้อแนะนำ เป็นไม้โตเร็ว ต้องการแสงแดดและความชื้นมาก ระบบรากแผ่กว้างและลึก เหมาะ สำหรับปลูกตามตลิ่งชายน้ำ ในแนวสูงกว่าระดับน้ำปกติในฤดูฝน ปลูกได้ดีทั้งริมห้วยในพื้นที่ต้นน้ำ และแม่น้ำ สายหลัก ลดการกัดเซาะของตลิ่งได้ดี ทนต่อน้ำท่วมขัง

ข้อมูลเพิ่มเติม อนุกรมวิธานพืชอักษร ก. (ราชบัณฑิตยสถาน, 2546); ต้นไม้เมืองเหนือ (ไซมอน และคณะ, 2543); Flora of Thailand Vol. 5 (3) (1991)

Share This Post

Recent Posts in ตลาดเกษตร | ลงประกาศซื้อ-ขายสินค้าเกษตร

Powered by · Dimple