การเก็บเมล็ดสัก

การเก็บเมล็ดสัก


เมล็ดสักจะเริ่มแก่ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไปจนถึงปลายเดือนเมษายน  ทั้งนี้เพราะดอกสักช่อหนึ่ง ๆ จะให้ดอกตั้งแต่ 100- 3,000 ดอก  และจะเริ่มบานติดต่อกันไปเป็นระยะเวลาประมาณ  3  เดือน  ความแก่อ่อนของเมล็ดสักดูจะมีปัญหาน้อยมาก  เพราะขณะเมล็ดเริ่มแก่จัดจะยังคงติดอยู่กับช่อดอกบนต้น  ต่อเมื่อมีลมแรงมาในระหว่างเดือนมีนาคม – เมษายน  จึงจะเริ่มตกลงดิน  และเก็บเมล็ดจากพื้นดินเพื่อนำไปใช้เพาะต่อไป

ตามปกติเมล็ดสักเมื่อหล่นจากต้นจะมีเยื่อ  (calyx)  หุ้มอยู่  เมื่อเก็บมาแล้วควรจะนำมาแยกเอาเยื่อหุ้มนั้นออก  โดยการตากแห้ง  เยื่อจะกรอบ  สามารถเหยียบหรือทุบเบา ๆ แล้วใช้เครื่องฝัดแยกเอาเยื่อออก  เมล็ดนั้นจะถือว่าเป็นเมล็ดที่มีความบริสุทธิ์ดีพอ

เมล็ดสักที่มีขนาดใหญ่มักจะงอกได้ดีและให้กล้าไม้ที่แข็งแรงกว่าเมล็ดเล็ก  ในวงการการเพาะชำไม้สัก  แบ่งขนาดเมล็ดสักออกเป็น  3  ขนาดคือ

1.  เมล็ดขนาดใหญ่  เป็นเมล็ดที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ยโตกว่า 1.3 ซม.  ในที่นี้ทราบว่า  น้ำหนัก 1 กก. ของเมล็ดแห้ง  (well dried)  จะมีจำนวนเมล็ดประมาณ 1,500 เมล็ด  น้ำหนักต่อ 1 ถัง  (20 ลิตร)  ประมาณ 5.8 กก.  จำนวนเมล็ดต่อถังประมาณ 8,100 เมล็ด

2.  เมล็ดขนาดกลาง  เป็นเมล็ดที่มีขนาดเฉลี่ย  1.0 – 1.2  ซม.  น้ำหนัก 1 กก.  ของเมล็ดแห้งมีจำนวนเมล็ดประมาณ 2,100 เมล็ด  น้ำหนักต่อ 1 ถัง (20 ลิตร)  ประมาณ 6.4 กก.  จำนวนเมล็ดต่อ 1 ถัง ประมาณ 12,900  เมล็ด

3.  เมล็ดขนาดเล็ก  เป็นเมล็ดที่มีขนาดความโตเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ยระหว่าง 0.8 – 0.9 ซม.  เมล็ดขนาดนี้ที่น้ำหนักแห้ง 1 กก. จะมีเมล็ดประมาณ 3,700 เมล็ด  น้ำหนักต่อ 1 ถัง ประมาณ  6.9 กก.  จำนวนเมล็ดต่อ 1 ถัง ประมาณ 22,700 เมล็ด

การแยกขนาดเมล็ดทำได้โดยใช้ตะแกรงร่อน  (wire-mesh)  ที่มีขนาดความโตดังที่ได้จำแนกไว้

ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการเพาะชำไม้สักจะต้องระลึกอยู่เสมอว่าเมล็ดสักต่างขนาดจะให้เปอร์เซ็นการงอกที่แตกต่างกัน  เนื่องจากมี  viability  ที่แตกต่างกัน  ซึ่งยืนยันโดย  วิเชียร  (2522ก) และ Kaosa – ard  (1981)  ที่ได้ทำการคัดแยกเมล็ดสักจากแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ไม้สักแม่หวด

อ.งาว  จ.ลำปาง  ออกเป็น  4  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง คือ 0.9 – 1.0,  1.0 – 1.1, 1.1 – 1.2  และโตกว่า 1.2 ซม.  แล้วผ่าตรวจสอบหา  viability พบว่า  viability  ของเมล็ดสักขนาดดังกล่าวมีค่าเท่ากับ 41, 53, 62  และ 71%  ตามลำดับ  กล่าวโดยสรุปคือ  เมล็ดที่มีขนาดโตจะมีค่าของ viability  สูงกว่าเมล็ดที่มีขนาดเล็ก  แนวโน้มของความสัมพันธ์ระหว่างขนาดความโตของเมล็ดกับ viability  ดังกล่าว  ยังพบโดย  Murthy  (1973)  Hedegart (1974)  และ  Suangtho (1980)  เช่นเดียวกัน

Share This Post

Recent Posts in ตลาดเกษตร | ลงประกาศซื้อ-ขายสินค้าเกษตร

Powered by · Dimple