พริกไทยสด


การผลิตพริกไทยสด 2 รุ่นต่อปี รายได้เรือนแสน
พริกไทยจัดเป็น พืชเศรษฐกิจตัวหนึ่งที่ให้ผลผลิตเร็ว โดยที่ต้นจะเจริญขึ้นพุ่มจนสุดเสาหลัก หลังปลูก 14 เดือน ก็จะเริ่มให้ผลผลิตแต่ยังไม่เต็มที่ จนกว่าจะมีอายุได้ ประมาณ 3 ปี จึงจะให้ผลผลิตได้เต็มที่ ในการผลิตพริกไทยสด การเลือกสาย พันธุ์ปลูก นับเป็นสิ่งสำคัญที่ควรพิจารณาในอันดับต้นๆ  ดังเช่น คุณ สมบูรณ์ วงศา เกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยสดจำหน่าย ต.วังนกแอ่น อ.วัง ทอง จ.พิษณุโลก มีรายรับเรือนแสนต่อปี จากการตัดสินใจเลือกปลูกพันธุ์ซี ลอน สายพันธุ์จากศรีลังกา   ซึ่งเป็นพันธุ์ที่เหมาะสมต่อการจำหน่ายผลผลิต สด

การปลูกพริกไทยพันธุ์ซีลอนด้วยกิ่งตอนหลักละ 4 ต้น :

คุณสมบูรณ์เลือกปลูกพริกไทยพันธุ์ซีลอน (พันธุ์ศรีลังกา) เป็นสายพันธุ์ที่นำเข้ามาจากศรีลังกา เกษตรที่จะปลูกพริกไทยเพื่อขายเป็นพริกไทยสดมักจะเลือกปลูกสายพันธุ์นี้ ในขณะที่เกษตรจะปลูกเพื่อผลิตเป็นพริกไทยดำจะเลือกปลูกพันธุ์ซาราวัค , พันธุ์คุชชิ่ง หรือ พันธุ์มาเลเซีย ซึ่งเป็นพันธุ์ที่นำมาจากรัฐซาราวัค ประเทศมาเลเซียให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พื้นเมืองของไทย ลักษณะประจำพันธุ์ของพริกไทยพันธุ์ซีลอน จะมีทรงพุ่มใหญ่ใบมีรูปร่างคล้ายคลึงกับพันธุ์ซาลาวัค แต่ขนาดของใบใหญ่และกว้างกว่าลักษณะของยอดจะออกสีแดง ช่อดอกและช่อผลมีขนาดใหญ่และยาวกว่าทุกสายพันธุ์คือ ยาวประมาณ 15-17 เซนติเมตร ขนาดของผลใหญ่ใกล้เคียงกับพันธุ์ซาราวัค ผลสดมีสีเขียวเข้ม เมื่อสุกมีสีแดงเข้ม ระบบรากแข็งแรง มีความต้านทานต่อโรกรากเน่าได้ดีระดับหนึ่ง

การขยายพันธุ์พริกไทยด้วยวิธีการตอนกิ่ง :

วิธีการตอนพริกไทย จะใช้ขุยมะพร้าวไปหุ้มบริเวณข้อที่มีตุ่มราก เหมือนการตอนทั่วไป แต่ไม่ต้องควั่นกิ่งเหมือนกับตอนกิ่งไม้ผล หลังจากหุ้มข้อได้ประมาณ 1 เดือน รากบริเวณข้อที่หุ้มจะงอกออกมา เมื่อเห็นรากขาวเจริญจนเต็มถุง จึงตัดกิ่งมาชำไว้นานประมาณ 1 เดือน พริกไทยก็จะแตกยอดออกมาใหม่ 1-2 ชุด ซึ่งพร้อมสำหรัยการนำไปปลูกหรือจำหน่าย โดยคุณสมบูรณ์จะเลือกตอนกิ่งในช่วงฤดูฝน ทำให้ในแต่ละปีมีรายได้จากการขายกิ่งตอนพริกไทยราคาต้นละ 15-20 บาท วิธีการเลือกกิ่งตอนจะใช้วิธีนับข้อจากปลายยอดเข้ามา 3 ข้อ (พริกไทย 1 ยอด จะตอนได้ประมาณ 4-5 ตุ้ม เนื่องจากมีแขนงมาก)

ในทางวิชาการการขยายพันธุ์ต้นพริกไทยส่วนใหญ่จะใช้วิธีการปักชำ โดยใช้ลำต้นหรือเถาของส่วนยอดหรือส่วนอื่นที่ไม่แก่จัด ที่มาอายุประมาณ 1-2 ปี เกษตรกรจะต้องตัดจากต้นที่สมบูรณ์, แข็งแรงและให้ผลผลิตสูง นำกิ่งพันธุ์มาตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 40-50 เซนติเมตร (มีข้อ 5-7ข้อ) ลิดใบทิ้งและตัดกิ่งแขนงตรง 3-4 ข้อล่างออก นำยอดไปปักชำในกระบะหรือชำใส่ในถุงดำ ให้ข้ออยู่ใต้ระดับดิน 3-4 ข้อ เมื่อรากเจริญดีจึงย้ายปลูกแปลง

การปลูกพริกไทย 4 ต้นต่อหลัก และ การเลือกใช้เสาหลัก :

ตามปกติเกษตรกรที่ปลูกต้นพริกไทย เพื่อขายเป็นพริกไทยสด จะปลูกพริกไทยหลักละ 2-4 ต้น สำหรับคุณสมบูรณ์จะปลูกหลักละ 4 ต้น ปลูกทั้ง 4 มุม จะทำให้ต้นพริกไทยเลื้อยเต็มหลักเร็ว และเพื่อเป็นการประหยัดเวลาการปลูกซ่อมในกรณีต้นพริกไทยที่ปลูกตาย สำหรับเสาที่ใช้ทำหลักโดยทั่วไปจะใช้ความสูงประมาณ 4 เมตร (8 ศอก) แต่ คุณสมบูรณ์จะใช้เสาสูงเพียง 3 เมตร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดขณะเก็บเกี่ยวผลผลิตบริเวณยอด และใช้ระยะปลูก 2X2 เมตร ซึ่งเป็นระยะปลูกที่ค่อนข้างชิด เพื่อเหตุผลในเรื่องของร่มเงา เพราะพริกไทยจะเจริญเติบโตได้ดีในที่ที่มีแสงรำไร หากเป็นพื้นทีปลูกใหม่ ที่โล่งแจ้งผู้ปลูกจำต้องพรางแสงด้วยซาแรน 60% แต่ถ้าปลูกในช่วงฤดูฝนไม่ต้องพรางแสงก็ได้ เมื่อถึงปลายฤดูฝนต้นพริกไทยจะเลื้อยขึ้นไปเกือบสุดหลัก สำหรับเสาที่ใช้เป็นหลักให้กับต้นพริกไทย คุณสมบูรณ์จะสั่งหล่อพิเศษ ให้ที่ลำต้นของต้นเสามีรอยขีดตามผิวเสาซึ่งจะช่วยให้พริกไทยเลื้อยเกาะได้ดี ถ้าหล่อเป็นเสาหน้า 4 ยาวประมาณ 6 ศอก (ราคาจะอยู่ที่ต้นละ 150 บาท,2552) จึงเป็นการทุ่นแรงงานที่จะต้องใช้เชือกฟางตามมัดลำต้นให้เลื่อยขึ้นเถาได้ อีกทางหนึ่ง เพราะถ้าปล่อยให้ต้นเลื้อยห้อยตกลงมา มักจะเกิดปัญหาพริกไทยชะงักการเจริญเติบโต เทคนิคการเลือกใช้เชือกฟาง ควรเลือกแบบเส้นกลม เพราะจะทนทานกว่าเส้นแบน

การเลือกใช้ปุ๋ยบำรุงต้นเพื่อผลิตพริกไทย 2 รุ่นต่อปี :

การปลูกพริกไทยสดจำหน่ายจะมีราคาดีมาก หากผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงต้นปีไปจนตลอดฤดูแล้ง เพราะพริกไทยจะมีราคาตกต่ำตลอดฤดูฝน เนื่องจากเป็นช่วงที่มีผลผลิตในท้องตลาดมาก ดังนั้นการผลิตพริกไทยให้มีผลผลิตในช่วงเวลาที่มีราคาแพง จะต้องเตรียมต้นให้พร้อมด้วยการรูดเมล็ดพริกไทยบนต้นออกให้หมด อย่าได้เหลือติดไว้เพราะความเสียดาย ด้วยการวาง แผนให้พริกไทยออกช่อในเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม และต้องเก็บผลผลิตออกจากต้นให้หมดในเดือนสิงหาคม จากนั้นจะบังคับให้พริกไทยออกช่อในรุ่นที่ 2 ตั้งแต่เดือนธันวาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งช่วงนี้จะขายพริกไทยได้ในราคา 120 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่ดีมาก โดยมีเทคนิคการบำรุงต้นด้วยการผสมปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หนึ่งส่วน สูตร13-13-21 หนึ่งส่วน และ ปุ๋ยยูเรีย 2 ส่วน ให้เข้ากัน แล้วใช้ในอัตรา 1 กิโลกรัมต่อต้น สำหรับพริกไทยอายุ 8 ปี และจะลดอัตราการให้ลง ตามอายุปลูกของพริกไทย เช่น พริกไทยอายุ 1 ปี จะให้ในอัตรา 1 กำมือต่อต้น มีการให้ปุ๋ยขี้วัวเก่าปีละครั้งในเดือนมีนาคมของทุกปี เพื่อปรับให้ดินร่วนซุย ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงปุ๋ยขี้ไก่เพราะจะทำให้เกิดปัญหาโรครากเน่าโคนเน่าสูง หลังพริกไทยได้ปุ๋ยไปแล้วประมาณ 2 อาทิตย์ ต้นพริกไทยจะเริ่มแตกยอด ช่วงนี้ควรมีการป้องกันเพลี้ยไฟและเพลี้ยกระโดดเข้าทำลาย และช่วงนี้ควรมีการฉีดพ่นฮอร์โมนจิบเบอร์เรลลินเสริม เพื่อยืดขยายยอดพริกไทยให้ออกมาดีและจะส่งผลให้พริกไทยมีช่อยาวสวย

เมื่อพริกไทยเริ่มออกช่อดกบนต้น ควรให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 เพื่อเร่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตให้เร็วขึ้น 3 เดือนต่อมาจึงจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตในรุ่นที่ 2 ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีการตัดแต่งกิ่ง หลังเก็บรุ่นที่ 2 เสร็จ เพราะใบแก่จะร่วงหล่นลงไปเอง ตามธรรมชาติ และในการตอนกิ่งพริกไทยในแต่ละปีก็จะถือเป้นการตัดแต่งกิ่งพริกไทยไปในตัว แต่หากไม่ใช้วิธีการตอนกิ่งก็ควรจะมีการตัดแต่งยอดที่ห้อยย้อยลงมาด้วย เพื่อป้องกันการชะงักการเจริญเติบโต

การจัดการน้ำในสวนพริกไทยเป็นสิ่งสำคัญ :

หัวใจของการผลิตพริกไทยสดก็คือแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ใน ช่วงแรกของการปลูกพริกไทยควรมีการให้น้ำทุกวันอย่าให้ขาด หรือให้วันเว้นวันเป็นอย่างน้อย จนกว่าต้นพริกไทยจะตั้งตัวได้ เมื่อนั้นควรลดการให้น้ำลงเหลือ 2-3 วันต่อครั้ง แต่สำหรับต้นพริกไทยที่ให้ผลผลิตแล้วควรมีการให้น้ำ 3-5 วันต่อครั้ง และควรให้พื้นดินในสวนพริกไทยมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ หรือจะคลุมโคนต้นพริกไทยด้วยเศษหญ้าหรือฟางข้าว ก็เป็นการช่วยป้องกันการระเหยของน้ำได้อีกทางหนึ่ง การกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกควรเน้นการใช้แรงงานคนมากกว่าการใช้สารเคมี เนื่องจากพริกไทยเป็นพืชที่ค่อนข้างจะอ่อนแอต่อสารเคมีกำจัดวัชพืช เพียงแค่ถูกละอองของยาฆ่าหญ้าต้นพริกไทยก็อาเหี่ยวเฉาหรือแห้งตายได้ การถากหญ้าในแปลงควรระวังอย่าให้กระทบรากเป็นอันขาด เพราะจะทำให้ต้นพริกไทยหยุดการเจริญเติบโตได้

รายได้เรือนแสน จากการปลูกพริกไทย 100 หลัก :

จากเทคนิคการให้ปุ๋ยและการจัดการสวนพริกไทยดัง กล่าว จะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตเฉลี่ยได้ประมาณ 1,000 กิโลกรัม ที่ราคาขาย 120 บาท ต่อกิโลกรัม ในช่วงเดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์ และ กิโลกรัมละ 50 บาท ในช่วงเดือนสิงหาคม ซึ่งรวมเป็นรายได้จากการปลูกพริกไทย 2 รุ่น ต่อปี 105 หลัก อายุต้น 3-5 ปี เป็นเงินถึง 2 แสนบาทต่อปีบนพื้นที่ไม่ถึง 1 ไร่

การปลูกพริกไทยพุ่ม
การปลูกพริก ไทย เรามักจะเห็นลักษณะการปลูกแบบเลี้อยบนตามค้าง จากการลงพื้นที่เราได้พบ กับการปลูกพริกไทยที่ง่ายและเหมาะสำหรับผู้ที่อยากปลูกแต่มีพื้นที่ น้อย  เช่น ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านจัดสรร คอนโด ฯลฯ เกษตรกรท่านนี้ได้แนะนำ วิธีการปลูกพริกไทยแบบทรงพุ่ม ซึ่งมีวิธีการ ดังนี้

วิธีการ :
-การเตรียมดิน ให้นำปุ๋ยคอก 100 กก. ขุยมะพร้าว 200 กก. ดิน 300 กก. มาผสมให้เข้ากันแล้วใส่ในถุงเพาะชำ
-กิ่งพันธุ์พริกไทย ให้เตรียมกิ่งพันธุ์พริกไทย โดยให้เลือกกิ่งพันธุ์แก่ที่เคยให้ผลผลิตมาแล้ว ความยาวของกิ่งประมาณ 30 ซม. ตัดออกมาเตรียมไว้แล้วทำความสะอาดกิ่งโดยการปลิดใบแห้งตายออกให้หมด
**การเลือกกิ่งพันธุ์เป็นขั้นตอนที่สำคัญเนื่องจาก ถ้าเรานำกิ่งพันธุ์ที่อ่อน (ไหลพริกไทย) มาปลูก เราจะได้พริกไทยค้างแทนที่จะได้พริกไทยพุ่มตามที่เราต้องการ**
-เมื่อได้กิ่งพันธุ์เรียบร้อยแล้วให้นำมาปักในถุงเพาะชำ ถุงละ 3 กิ่ง นำไปวางในที่ร่ม ดูแลโดยการรดน้ำตอนเช้า รดพอชุ่ม อย่าให้มากจนเกินไป ประมาณ 30 วัน ก็สามารถนำไปปลูกในกระถางได้
-ประมาณ 5-6 เดือน ก็สามารถเก็บผลผลิตได้
-การดูแลรักษา พริกไทยพุ่มเป็นพืชที่ดูแลรักษาง่าย เพียงใส่ปุ๋ยคอก หมั่นตัดแต่งทรงพุ่มให้สวยงามอยู่เสมอ

ข้อดี : ดูแลง่าย ใช้พื้นที่น้อย ให้ผลผลิตเร็วกว่าพริกไทยค้าง ต้นทุนต่ำ

ข้อจำกัดในการปลูกพริกไทยพุ่ม : พริกไทยพุ่มจะให้ผลผลิตน้อยกว่าพริกไทยค้าง จึงไม่เหมาะสำหรับการปลูกเพื่อจำหน่าย

การปลูกพริกไทยบนต้นปาล์มน้ำมัน

เวลา ว่างส่วนใหญ่ของคุณลุงเฉลียว มักจะอยู่กับการปลูกต้นไม้ และการทำสวน เล็กๆ น้อยๆ กอรปกับพื้นที่บริเวณรอบบ้านมีสวนปาล์มน้ำมันอายุ ประมาณ 5-6 ปี จึงได้ทดลองนำพริกไทยมาทำการปลูกไว้บนต้นปาล์มน้ำมัน เพื่อหา รายได้เสริม พอทำมาได้สักระยะก็เห็นว่าให้ผลผลิตที่ดีจึงได้ดำเนินการมา อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีวิธีการดังต่อไปนี้
**ต้นปาล์มน้ำมัน : ต้นปาล์มน้ำมันควรมีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป เนื่องจากจะมีบริเวณต้นที่สามารถให้พริกไทยเจริญเติบโตได้ดีและจะทำให้แดด ส่องถึง**

การเตรียมกล้าพันธุ์พริกไทย :
1.ทำการตัดไหลพริกไทย ซึ่งมีความยาวประมาณ 50 ซม.
2.เตรียมถุงเพาะชำที่ใส่ดินขุยมะพร้าว และปุ๋ยคอก สำหรับพริกไทย
3.นำไหลพริกไทยมาปักไว้ในถุงเพาะชำที่เตรียมไว้
4.หมั่นรดน้ำ กระทั่งพริกไทยงอกรากและแตกยอด ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน ก็จะได้ต้นพริกไทยที่พร้อมปลูก

ขั้นตอนการปลูกและดูแลพริกไทยบนต้นปาล์มน้ำมัน :
1.ขุดหลุมบริเวณโคนต้นปาล์มน้ำมัน ซึ่งให้มีระยะห่างจากโคนต้นปาล์มน้ำมัน ประมาณ 30 ซม.
2.ขุดหลุมเพื่อทำการปลูกพริกไทยประมาณ 4-5 หลุม ต่อ ปาล์มน้ำมัน 1 ต้น
3.ทำการรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก
4.จากนั้นให้นำกล้าพันธุ์พริกไทยลงปลูกในหลุมขุดไว้
5.แล้วนำยอดของต้นพริกไทยไปพันบริเวณลำต้นของปาล์มน้ำมัน เพื่อให้ต้นพริกไทยเกาะและเจริญเติบโตบนต้นปาล์มน้ำมัน
6.จากนั้นทำการใส่ปุ๋ยคอก และทำการรดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น
7.ระยะเวลาประมาณ 3 ปี ก็จะสามารถเก็บพริกไทยจำหน่ายได้

**ระวังอย่าใช้ปุ๋ยเคมีเนื่องจากพริกไทยไม่ชอบพวกสารเคมีอาจจะส่งผลให้พริกไทยเฉาและตายได้**

ข้อดีของการปลูกพริกไทยเสริมบนต้นปาล์มน้ำมัน :
1.สามารถสร้างรายได้เสริมสำหรับเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน้ำมัน
2.ราคาดี และสามารถจำหน่ายได้ทั้งแบบ พริกไทยสด และพริกไทยแห้ง
3.การดูแลง่ายและสะดวก

การผลิตพริกไทยปลอดเชื้อ
คุณณรงศักดิ์ สุ ทธาทิพย์ เป็นผู้ริเริ่มในการก่อตั้งกลุ่มการทำพริกไทยดำปลอดเชื้อ จุลินทรีย์ เริ่มแรกการทำพริกไทยดำปลอดเชื้อยังไม่ได้มาตรฐาน ต่อมา ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มาให้คำแนะนำในการทำพริกไทยดำปลอดเชื้อ ให้ เหตุผลที่ต้องทำให้ปลอดเชื้อและได้คุณภาพ ก็เพื่อการส่งออกเพราะ พริก ไทยเป็นเครื่องเทศที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจตัวหนึ่ง และพริกไทยเป็นเครื่อง ปรุงรส ที่ช่วยเพิ่มรสชาติของอาหาร ทั้งยังเป็นสมุนไพรที่มีผลต่อสุขภาพ ด้วย ที่สำคัญเมื่อคนไทยซื้อไปรับประทานก็จะมั่นใจได้ว่าปลอดภัยแน่นอน
การเก็บผลผลิต

การจัดการผลิตพริกไทยให้ปลอดเชื้อจุลินทรีย์ :

ในปีแรกหากต้องการเก็บผลพริกไทยก็สามารถเก็บได้คือจะขายเป็นพริกไทยอ่อนถ้า ไม่เก็บก็ปล่อยไว้ต่อ พอเข้าปีสองก็เก็บผลพริกไทยได้ ผลที่เลือกเก็บเพื่อที่จะนำมาทำพริกไทยดำจะเลือกเก็บผลที่มีสีแดงหรือเขียว ปนแดง ในการเก็บจะใช้คนเก็บโดยไม่ให้ผลพริกไทยร่วงลงพื้นซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญ มากสำหรับการเก็บเพราะจะทำให้ผลพริกไทยช้ำได้

วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต :

- ตู้อบพริกไทยดำ
- เครื่องปลิดพริกไทย
- ตะแกรงล้างพริกไทย

ขั้นตอนการทำพริกไทยดำปลอดเชื้อจุลินทรีย์ :

- เก็บพริกไทยจากต้นโดยไม่ให้ตกถึงพื้น
- นำเข้าเครื่องปลิดพริกไทย
- นำไปล้างน้ำสะอาด 3-4 ครั้ง
- ลวกด้วยน้ำร้อนที่อุณหภูมิ60-65 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 90 นาที
- อบให้แห้งที่อุณหภูมิ 55-60 องศาเซลเซียส หรือตากบนแคร่ยกสูงจนเมล็ดพริกไทยมีความชื้น 10-12 เปอร์เซ็นต์
- คัดแยกพริกไทยเบาออกจากพริกไทยดำ
- นำพริกไทยดำบรรจุในถุงปิดสนิทภายใต้ระบบสุญญากาศ

หมายเหตุ :

- พริกไทยดำปลอดเชื้อที่ได้จะต้องมีจุลินทรีย์ทั้งหมดไม่เกิน 100 cfu/g (จำนวนโคโลนีของเชื้อจุลินทรีย์ /กรัม)

การปลูกพริกไทย
พริกไทยเป็น เครื่องเทศ ใช้แต่งกลิ่นรสและช่วยถนอมอาหาร ผล – ใช้เป็นยาขับลม แก้อาการ ท้องอืดเฟ้อ บำรุงธาตุ เจริญอาหาร ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะและกระตุ้นประสาท พบ ว่าผลมีน้ำมันหอมระเหยและแอลคาลอยด์ piperine

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการปลูกพริกไทย :

พื้นที่ ที่ไม่มีน้ำท่วมขัง สูงจากระดับน้ำทะเล 0-1200 เมตร มีความลาดเอียง 0-25 องศา แต่ถ้าลาดเอียงมากกว่า 15 องศา ควรทำขั้นบันไดเพื่อป้องกันการพังทะลายของหน้าดิน
ดิน ควรเป็นดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนเหนียว มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำได้ดี ความลึกของหน้าดินมากกว่า 50 เซนติเมตร ความเป็นกรดด่างอยู่ระหว่าง 5.5-6.5

การเตรียมดิน

ป่าเปิดใหม่ ต้องขุดตอ เก็บรากไม้เศษหญ้าออกให้หมดเสียก่อน ขุดดิน ตากดินทิ้งไว้ 15 วัน แล้วจึงไถพรวน แล้วปรับหน้าดิน พื้นที่ที่ลาดชันเกิน 15 องศา ต้องปรับพื้นที่แบบขั้นบันได

การเตรียมแปลงปลูก ในกรณีเป็นที่บุกเบิกใหม่ ไถหน้าดินให้ลึกประมาณ 40-60 เซนติเมตร ไถพรวนหน้าดินอีกครั้งเพื่อให้เรียบ ไม่เป็นแอ่งในแปลง

การเตรียมกิ่งพันธุ์ การเตรียมกิ่งพันธุ์ ทำได้ 2 วิธี คือ

1. ตัดจากค้างที่สมบูรณ์ เหนือพื้นดิน 50 เซนติเมตร ตัดเป็นท่อนยาว 5-6 ข้อ
2. ตัดกิ่งแขนง ข้อที่ 1-3 ดอก แล้วนำไปปลูกหลุมละ 20 กิ่ง

*** นำกิ่งพันธุ์ที่ตัดเป็นท่อนแล้ว ปักชำในถุงพลาสติก ขนาด 9×14 นิ้ว ประมาณ 2-3 เดือน พริกไทยจะงอกรากและแตกยอด จึงย้ายปลูกในแปลง

ระยะปลูก

ใช้ระยะปลูก 2×2 เมตร ขุดหลุมขนาด กว้างxยาวxลึก 40x60x40 ซม. ปากหลุมห่างจากโคนค้างประมาณ 15 ซม. ผสมดินที่ขุดขึ้นมาในอัตราปุ๋ยอินทรีย์ 1 ส่วน ต่อดิน 2 ส่วน โกยดินกลบลงในหลุมประมาณครึ่งหลุม นำต้นพันธุ์ที่เตรียมไว้ลงปลูกให้ปลายยอดเอนเข้าหาค้าง หันด้านที่มีรากหรือตีนตุ๊กแกออกนอกค้าง ฝังลงดินประมาณ 2 ข้อ อีกประมาณ 3 ข้ออยู่เหนือผิวดิน กลบดินให้แน่น รดน้ำให้ชุ่ม

การปลูกจะใช้ต้นพันธุ์ 2 ต้น ต่อหลุมหรือค้าง

1. พันธุ์ซาราวัค (มาเลเซีย) ใช้ระยะ 2×2 เมตร
2. พันธุ์ซีลอน ใช้ระยะปลูก 2.25 x 2.25 หรือ 2.25 x 2.5 เมตร

***การปลูกโดยไม่ใช้ค้างหรือพริกไทยพุ่ม โดยปลูกใส่กระถางเป็นไม้ประดับ หรือปลูกเป็นพืชแซมโดยใช้ระยะปลูก 1×1.5 เมตร หรือ 1.25×1.25 เมตร

การเตรียมเสาค้าง

ใช้ค้างซีเมนต์ระยะห่าง 2 x 2 เมตร หากใช้ไม้ยืนต้นเป็นไม้ค้าง ควรใช้ระยะปลูก 2 x 3 เมตร หรือ 2.5 x 2.5 เมตร ในกรณีที่ใช้ค้างซีเมนต์ ผู้ปลูกจำเป็นต้องใช้กระสอบป่านหุ้มค้างไว้ เพื่อให้มีการเก็บความชื้น และเป็นที่ยึดเกาะของรากพริกไทย

การปักค้าง ใช้ค้างไม้แก่นหรือค้างปูนซีเมนต์ ขนาด 4x4x4 เมตร ฝังลึก 50-60 เซนติเมตร กลบดินให้แน่น หลังจากนั้น ขุดหลุมขนาด 40×60 เซนติเมตร ลึก 40 เซนติเมตร
ค้างละ 1 หลุม ห่างจากโคนค้าง 15 เซนติเมตร

ผสมดินกันปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 1:1 แล้วใส่ในหลุมประมาณครึ่งหลุม นำยอดพันธุ์ที่เตรียมไว้ปลูกหลุมละ 2 กิ่ง ให้ปลายยอดเอนเข้าหาค้าง กลบดินให้แน่นรดน้ำให้ชุ่ม ใช้วัสดุพลางแสง ประมาณ 3-6 เดือน จนกว่าพริกไทยจะตั้งตัวได้ ***ควรมีการวิเคราะห์ดิน เช่น ค่า pH และปริมาณอินทรีย์วัตถุในดิน ก่อนปลูก

การปลูก

- ควรปลูกช่วงฤดูฝน
- นำต้นพริกไทยที่เตรียมไว้วางลงในหลุมให้เอียงเข้าหาค้าง ประมาณ 2 ข้อฝังดิน และอีกประมาณ 3 ข้ออยู่เหนือดิน

การให้น้ำ

การให้น้ำช่วงแรก ของการปลูกต้องรดน้ำทุกวัน หรือวันเว้นวันจนกระทั่งต้นตั้งตัวได้ดี
แล้วลดการให้น้ำเหลือ 2-3 วันต่อครั้ง

ต้นพริกไทยที่ให้ผลผลิตแล้ว ควรให้น้ำ 3-5 วันต่อครั้ง ขึ้นกับความเหมาะสม
การปลูกพริกไทยนั้นต้องให้ดินมีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ โดยเฉพาะช่วงที่พริกไทยติดผลแล้วจะต้องให้น้ำเป็นประจำทุกวัน ๆ ละครั้ง และควรคลุมโคนด้วยเศษหญ้าหรือฟางข้าว จะช่วยป้องกันการระเหยของน้ำได้ดี

การตัดแต่งต้น

เมื่อต้นพริกไทยเริ่มแตกยอดอ่อน ให้คอยปลิดยอดอ่อนออก และเหลือยอดที่สมบูรณ ์ไว้เพียงต้นละ 2-3 ยอด จัดยอดให้อยู่รอบค้างใช้เชือกฟางผูกยอดให้แนบติดค้าง ผูกทุกข้อเว้นข้อ ถ้ามียอดแตกใหม่เกินความต้องการให้เด็ดทิ้ง

เมื่อต้นพริกไทยเจริญงอกงามดีแล้ว ควรตัดไหลที่งอกออกตามโคนทิ้ง ตัดกิ่งแขนงที่อยู่เหนือผิวดิน 8-10 ซม. ออกให้หมด เพื่อให้โคนโปร่ง

ในระยะที่พริกไทยยังไม่เจริญเติบโตถึงยอดค้าง ต้องเด็ดช่อดอกออกให้หมด ถ้าทิ้งไว้จะทำให้พริกไทยเติบโตช้า และควรมีการตัดกิ่งส่วนบน เพื่อความสะดวกในการทำงาน ซึ่งจะทำปีละครั้งหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว

การทำร่มเงา ในระยะแรกที่ปลูกควรทำร่มให้ต้นพริกไทย อาจใช้ทางมะพร้าวหรือใบปรงทะเลหรือวัสดุอื่นก็ได้ หลังปลูกประมาณ 1 เดือนถอนที่บังร่มออกครั้งละเล็กละน้อย เพื่อให้ต้นพริกไทยค่อย ๆ ชินกับแสงแดด เมื่อพริกไทยสามารถทนต่อแสงแดดปกติ จึงเอาวัสดุบังร่มออกให้หมด

ปีที่ 1เหลือยอดที่สมบูรณ์ไว้ ค้างละ 4-6 ยอด ใช้เถาวัลย์หรือเชือกฟางผูกยอด ให้แนบติดกับค้างโดยผูกขอเว้นข้อ จนกระทั่งพริกไทยอายุ 1 ปี ตัดเถาให้เหลือ 50 เซนติเมตร จากระดับผิวดิน
ปีที่ 2ตัดแต่งเช่นเดียวกับปีแรก จนกว่าพริกไทยจะสูงเลยค้างไปประมาณ 30 เซนติเมตร ให้ผูกไว้บนยอดค้าง และใช้เชือกไนล่อนผูกทับเถาวัลย์เดิมเป็นเปลาะ ๆ ห่างกัน 40-50 เซนติเมตร
ปีที่ 3ตัดไหลและปรางบริเวณโคนต้น ปลิดใบที่ลำต้นออก เพื่อให้โคนโปร่ง ถ้าพริกไทยยังไม่ถึงยอดค้าง เด็ดช่อดอกออกให้หมด เพราะจะทำให้พริกไทยเจริญเติบโตช้า

Share This Post

Recent Posts in ตลาดเกษตร | ลงประกาศซื้อ-ขายสินค้าเกษตร

One Response to “พริกไทยสด”

  1. koybood says:

    ถามหน่อยค่ะ…ถ้าจะเอาพริกไทยสดมาอบแห้งแล้วให้สีคงสภาพเดิม(สีเขียวคล้ำ)ไม่ถึงกับดำมากจะพอมีวิธีไหนบ้างค่ะ

Powered by · Dimple