ลำไย


ลำไย
ลักษณะทั่ว ไปลำไย เป็นไม้ผลที่นับว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญเนื่องจากมูลค่าการส่งออก หลายพันล้านบาท ชอบดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง หรือดินร่วนปนทราย ระบาย น้ำดีความลึกของหน้าดินมากกว่า 50 เซนติเมตร ระดับน้ำใต้ดินต้อง มากกว่า 0.75 เมตรความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) 5.5-6.5 การเจริญเติบโตต้องการ อุณหภูมิช่วง 20-35องศาเซลเซียส ระยะออกดอก อุณหภูมิต้องต่ำกว่า 15 องศา เซลเซียส เป็นระยะเวลานานติดต่อกัน 2 สัปดาห์ ปริมาณน้ำฝนไม่ต่ำ กว่า 1,000 ลูกบาศก์มิลลิเมตร ตลอดปีและมีการกระจายตัวของฝน

พันธุ์ส่งเสริม

1. พันธุ์ดอ มีแหล่ง ปลูกที่สำคัญ ได้แก่ ภาคเหนือตอนบน ออกดอกและติดผลง่ายกว่าพันธุ์อื่น ให้ผลผลิตค่อนข้างสม่ำเสมอ เริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุ 4 ปีหลังปลูกออกดอกกลางเดือนมกราคม เก็บผลผลิตเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ลักษณะผลค่อนข้างกลม กว้าง 2.8 เซนติเมตร หนา 2.5 เซนติเมตร ยาว 2.5 เซนติเมตร สีน้ำตาลอ่อน บ่าผลยกข้างเดียว รสหวาน จำนวนผลโดยเฉลี่ย 85-94 ผลต่อกิโลกรัมนิยมบริโภคสด และแปรรูป
2. พันธุ์สีชมพู ออกดอกและติดผลยากกว่าพันธุ์ดอ ผลผลิตไม่สม่ำเสมอ เริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุ 4 ปีปลูก ออกดอกปลายเดือนมกราคม เก็บผลผลิตปลายเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ลักษณะผล ค่อนข้างกลม กว้าง 2.9 เซนติเมตร หนา 2.7เซนติเมตร ยาว 2.7 เซนติเมตร สีน้ำตาลอ่อน เนื้อกรอบ สีชมพูเล็กน้อย สีเนื้อเข้มขึ้นเมื่อผลแก่จัด รสหวานจัด กลิ่นหอม ขนาดผลโดยเฉลี่ยใกล้เคียงกับพันธุ์ดอนิยมบริโภคสด
3. พันธุ์เบี้ยวเขียว ออกดอกและติดผลยาวกว่าพันธุ์สีชมพู เริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุ4-5 ปีหลังปลูก ออกดอกเดือนมกราคม เก็บผลผลิตเดือนสิงหาคม-กันยายน
ลักษณะผลแบนและเบี้ยว กว้าง 3.0 เซนติเมตร หนา 2.6 เซนติเมตร ยาว 2.8เซนติเมตร สีน้ำตาลอ่อนออกเขียวเล็กน้อย มีบ่าผล ไม่เท่ากัน เนื้อกรอบสีขาวค่อนข้างใส รสหวานจัด กลิ่นหอม นิยมบริโภคสด
4. พันธุ์แห้ว ออกดอกติดผลยากกว่าพันธุ์ดอ เริ่มให้ผลผลิตเมื่ออายุ 4-5 ปีหลังปลูก ออกดอกปลายเดือนมกราคม เก็บเกี่ยวผลผลิตปลายเดือนกรกฎาคม -สิงหาคม ลักษณะผลค่อนข้างกลมกว้าง 2.8 เซนติเมตร หนา 2.7 เซนติเมตรยาว 2.7 เซนติเมตร สีน้ำตาล เนื้อกรอบสีขาวค่อนข้างใสรสหวานจัด กลิ่นหอมนิยมบริโภคสด

การปลูก
การเตรียมดิน
ถ้าเป็นพื้นที่ที่เคยปลูกพืชอื่นมาก่อนให้ไถดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ 20-25 วัน พรวนย่อยดินอีก 1-2 ครั้ง และปรับระดับดินให้สม่ำเสมอตามแนวลาดเอียง

วิธีการปลูก
1. การเตรียมพันธุ์ เตรียมพันธุ์โดยวิธีการตอนกิ่ง ซึ่งควรเตรียมไว้ล่วงหน้า 1 ปีเพื่อจะได้ต้นกล้าที่แข็งแรง
2. ระยะปลูก วางผังระยะปลูกระหว่างแถวและต้น 8×8 เมตรหรือ 10×8 เมตรตามสภาพพื้นที่ หรือระยะ 7×5 เมตร ในกรณีที่มีการควบคุมทรงพุ่ม
3. วิธีปลูก
- ขุดหลุมปลูกขนาดกว้าง ยาว ลึก ประมาณ 80x80x80 เซนติเมตร
- รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายดีแล้วอัตรา 3-5 กิโลกรัมต่อหลุม โดยผสมกับหน้าดิน ใส่ลงหลุม พูนดินสูงจากปากหลุมประมาณ 15 เซนติเมตร
- ก่อนปลูกทำหลุมเท่าถุงเพื่อวางชำต้นกล้าตัดรากที่ขดงอรอบๆ ถุงชำต้นกล้าทิ้งไป โดยเฉพาะบริเวณก้นถุงใช้มีดคมกรีดจากก้นถุงขึ้นมาปากถุงทั้งสองด้าน แล้วดึงถุงพลาสติกออกระวังอย่าให้ดินแตก กลบดินให้แน่น
- ปักไม้หลักและผูกเชือกยึดต้นเพื่อป้องกันต้นกล้าโยกคลอนรดน้ำให้ชุ่มพรางแสง ให้จนกระทั่งแตกยอดอ่อน 1 ครั้ง จึงงดการพรางแสง

การดูแลรักษา
การใส่ปุ๋ย

- ลำไยอายุ 1-3 ปี หลังจากต้นแตกใบอ่อนชุดที่ 1 ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 + 46-0-0สัดส่วน 1:1 อัตรา 100 กรัมต่อต้น ปีละ 3 ครั้ง และเพิ่มขึ้นปีละ 2 เท่าทุกปี
- ลำไยอายุ 4 ปี แตกใบอ่อนประมาณต้นเดือนสิงหาคม ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 +46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น และเดือนพฤศจิกายน พ่นปุ๋ยเคมีสูตร0-52-34 อัตรา 150 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่วทรงพุ่มเพื่อไม่ให้ลำไยแตกใบใหม่พ่น 3 ครั้ง ทุก 7 วัน
- สำหรับลำไยที่ให้ผลผลิตแล้ว (อายุ 5 ปีขึ้นไป) หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตในปีที่ผ่านมาใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 + 46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อกระตุ้นการแตกใบอ่อนชุดที่ 1 หลังจากนั้นประมาณเดือนกันยายนใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 + 46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น เมื่อลำไยแตกใบอ่อนชุดที่ 2กลางเดือนตุลาคมใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 0-46-0 + 0-0-60 สัดส่วน 1:1 อัตรา 2-3 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อให้ลำไยพักตัวและพร้อมต่อการออก
- เมื่อลำไยติดผลขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 +46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อบำรุงผลให้เจริญเติบโต
- ก่อนเก็บเกี่ยว 1 เดือน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 0-0-60 อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อต้น เพื่อเพิ่มคุณภาพผลผลิต
- หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 + 46-0-0 สัดส่วน 1:1 อัตรา 1-2กิโลกรัมต่อต้น

การให้น้ำ
1. แบบใช้สายยางรด ลงทุนต่ำ แต่ต้องมีแหล่งน้ำและแรงงานเพียงพอ
2. แบบหัวเหวี่ยง เป็นการให้น้ำในกรณีมีแหล่งน้ำจำกัด ต้นทุนสูงกว่าแบบใช้สายยาง
3. แบบหัวเหวี่ยงขนาดเล็ก เหมาะสำหรับพื้นที่มีแหล่งน้ำจำกัดใช้แรงงานน้อย แต่ต้องมีการดูแลรักษาสูง
4. แบบน้ำหยด เหมาะสำหรับที่มีแหล่งน้ำจำกัดมาก ต้นทุนสูง

การตัดแต่งกิ่งและควบคุมทรงพุ่ม
1. ลำไยอายุ 1-3 ปี ซึ่งยังไม่ให้ผลผลิต ควรตัดแต่งให้ลำไยมีลักษณะทรงพุ่มเป็นทรงกลม
2. ลำไยอายุ 4-5 ปี ให้ผลผลิตแล้ว ควรตัดแต่งกิ่งภายหลังเก็บเกี่ยว ตัดกิ่งกลางทรงพุ่มที่อยู่ในแนวตั้งเหลือตอกิ่ง เพื่อเปิดกลางทรงพุ่มให้ได้รับแสงสว่างมากขึ้น
3. ลำไยอายุ 5 -10 ปี ตัดแต่งกิ่งภายหลังเก็บเกี่ยวเพื่อไม่ให้ทรงพุ่มชนกัน ตัดแต่งเช่นเดียวกับลำไยอายุ 4 -5 ปี ตัดปลายกิ่งทั้งแนวนอนและแนวตั้งให้มีความสูง เหลือเพียง 3 เมตร เพื่อสะดวกในการปฏิบัติงาน

ศัตรูพืชและการป้องกันกำจัด

โรคที่สำคัญและการป้องกันกำจัด
โรคราน้ำฝนหรือโรคผลเน่าและใบไหม้
สาเหตุ
เชื้อรา

ลักษณะอาการ
เมื่อเชื้อราเข้าทำลายที่ผลจะทำให้ผลเน่าและร่วง แผลมีสีน้ำตาล เข้าทำลายที่ใบอ่อน ยอดอ่อน จะเป็นแผลไหม้สีน้ำตาลดำ ขนาดและรูปร่างไม่แน่นอน เชื้อราสร้างเส้นใยและสปอร์สีขาวฟูบนแผลที่ผลช่วงเวลาระบาด ฤดูฝนช่วงที่มีฝนตกชุก

การป้องกันกำจัด
1. ปลูกลำไยให้มีระยะห่างที่พอเหมาะ ไม่ปลูกชิดเกินไป
2. ตัดแต่งภายในทรงพุ่มให้แสงแดดส่องถึงโคนต้น และกำจัดวัชพืชภายใต้ทรงพุ่ม
3. บำรุงรักษาต้นลำไยให้เจริญเติบโตแข็งแรง โดยการใส่ปุ๋ย ให้น้ำ ในช่วงที่อากาศแห้งแล้งและพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชและสารฆ่าแมลงอย่างสม่ำเสมอ
4. เก็บผลและใบลำไยที่มีโรคซึ่งร่วงหล่นบนพื้นดินภายใต้ทรงพุ่ม เผาทำลายนอกแปลงปลูก
5. ควบคุมโรคโดยชีววิธี ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา หรือ เชื้อแบคทีเรียปฎิปักษ์บาซิลลัส ผสมน้ำพ่นให้ทั่วทั้งต้น
6. พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช

โรครากและโคนเน่า

สาเหตุ
เชื้อรา

ลักษณะอาการ
ต้นเหลืองทรุดโทรม รากและโคนต้นเน่า มีสีน้ำตาลปนม่วงและมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวต้นลำไยที่เป็นโรคจะยืนต้นแห้งตายอย่างรวดเร็ว

ช่วงเวลาระบาด
ฤดูฝนช่วงที่มีฝนตกชุกติดต่อกันหลายวัน

การป้องกันกำจัด
1. ปฏิบัติเหมือนการป้องกันกำจัดโรคผลเน่าและใบไหม้
2. หลีกเหลี่ยงการขุดดินภายใต้ทรงพุ่มซึ่งจะทำให้รากขาด
3. หมั่นตรวจแปลงโดยสม่ำเสมอ และกำจัดต้นที่เป็นโรคทันทีโดยขุดแล้วเผาทำลาย
4. ควบคุมโรคโดยชีววิธีโดยใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มา หรือเชื้อแบคทีเรียปฏิปักษ์บาซิลลัส ผสมคลุกเคล้ากับดินในทรงพุ่มและผสมน้ำพ่นให้ทั่วต้นที่เป็นโรคและต้นข้าง เคียง
5. พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชศัตรูพืชและการป้องกันกำจัด

โรคผลเน่าสีน้ำตาล

สาเหตุ
เชื้อรา

ลักษณะอาการ
ผลเน่าแล้วร่วง แผลสีน้ำตาล ขนาดและรูปร่างไม่แน่นอนไม่พบเส้นใยและสปอร์ของเชื้อบนแผล

ช่วงเวลาระบาด
ฤดูฝนช่วงที่มีตกชุก

การป้องกันกำจัด
1. ปฏิบัติเหมือนการป้องกันโรคผลเน่าและใบไหม้
2. พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช

โรคพุ่มไม้กวาด (โรคกะหรี่)

สาเหตุ
เชื้อรา เชื้อไฟโตพลาสมา หรือ มายโคพลาสมา

ลักษณะอาการ
ส่วนที่เป็นตาเกิดอาการแตกยอดฝอยเป็นมัดไม้กวาด หากเป็นรุนแรงทำให้ต้นลำไยทรุดโทรมช่วงเวลาระบาด เดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม โดยมวนไรลำไยเป็นพาหะนำโรค

การป้องกันกำจัด
1. ขยายพันธุ์ปลูกจากต้นแม่พันธุ์ที่ปลอดโรค
2. ตัดกิ่งเป็นโรคออกเผาทำลาย
3. พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช
4. พ่นสารป้องกันกำจัดไร ซึ่งเป็นพาหะของโรค
2. แมลงและไรศัตรูที่สำคัญ

ผีเสื้อมวนหวาน
ลักษณะและการทำลาย เป็นผีเสื้อกลางคืน ขนาดปีกกว้าง 3 -5 เซนติเมตรปีก-คู่หน้าสีน้ำตาล คู่หลังสีเหลืองทอง มีลายรูปไตรหรือซีสีดำ ตาสีแดง สะท้อนแสงไฟ ผีเสื้อเจาะและดูดกินน้ำหวานจากผล มีน้ำไหลเยิ้มออกรูที่ถูกเจาะเนื่องจากเชื้อโรคเข้าทำลาย ช่วงระยะเวลาที่ระบาดช่วงผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยว เดือนกรกฎาคม – สิงหาคม

การป้องกันกำจัด
1. ห่อช่อผลด้วยกระดาษเพื่อป้องกันการเข้าทำลาย
2. กำจัดวัชพืชซึ่งเป็นพืชอาหารของหนอน เช่นย่านาง ต้นข้าวสาร และบอระเพ็ด
3. ใช้ไฟส่อง จับผีเสื้อทำลายโดยใช้สวิงโฉบ (ช่วงเวลา 20.00 – 22.00 น.)
4. ช่วงผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยวใช้เหยื่อพิษ โดยใช้สับปะรดสุกตัดเป็นชิ้นจุ่มในสารป้องกันศัตรูพืชนาน 1 นาที ไปแขวนในสวน

มวนลำไย

ลักษณะและการทำลาย
มวนลำไยวางไข่และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเกือบดำเมื่อใกล้ฟัก วางไข่บนช่อดอก หรือ ผลอ่อน กลุ่มละ14 ฟอง ตัวอ่อนมีลำตัวสีแดง ริ้วลายขาวสลับดำหรือตัวเต็มวัยสีน้ำตาลอ่อน ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเมื่อได้รับการกระทบกระเทือนจะปล่อยสารที่มีกลิ่น เหม็นฉุนออกมาทำลายยอดอ่อน ช่อดอก และผลอ่อน ทำให้ยอดอ่อนหรือช่อดอกแห้งใบอ่อนและผลอ่อนเป็นแผลมีจุดสีดำอ่อน

ช่วงระยะเวลา
ที่ระบาด ช่วงเดือนมกราคม – สิงหาคม

การป้องกันกำจัด
1. หลังการเก็บเกี่ยวควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่งเพื่อป้องกันมวนลำไยหลบซ่อนข้ามฤดู
2. เก็บไข่และตัวอ่อนที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม นำไปทำลาย
3. ถ้าสำรวจพบไข่ถูกแตนเบียนทำลายมาก ไม่จำเป็นต้องใช้สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
4. ถ้าพบไข่จำนวนมาก แต่ไม่ถูกแตนเบียนทำลาย ทำการป้องกันกำจัดโดยใช้คาร์บาริล
(85%ดับบลิวพี) 45 กรัม/น้ำ 20 ลิตร

หนอนเจาะขั้วผล

ลักษณะและการทำลาย
ไข่สีเหลืองครีม มีขนาดเล็กมาก มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ต้องใช้แว่นขยาย ตัวหนอนเจาะทำลาย ยอดอ่อน ดอก และผลพบการทำลายรุนแรงเมื่อเปลี่ยนสีจนถึงระยะเก็บเกี่ยว ทำให้ผลร่วงหนอนโตเต็มที่ขนาดตัวยาว 1.0 – 1.5 เซนติเมตร สีครีมปนเขียวเข้าดักแด้ในรังดักแด้ที่ใบแก่ ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อขนาดเล็ก เมื่อหุบปีกลตัวยาว 6 – 8 มิลลิเมตรหนวดยาวกว่าลำตัว ปีกสีน้ำตาล มีลวดลายซิกแซกขาวสลับทองและดำเคลื่อนไหวรวดเร็วชอบหลบใต้ใบที่หนาทึบ

ช่วงระยะเวลาระบาด
เดือนกุมภาพันธ์ – สิงหาคม

การป้องกันกำจัด
1. เก็บผลร่วงทำลายนอกแปลงปลูก
2. หลังเก็บเกี่ยว ตัดแต่งกิ่งเผาเพื่อทำลายดักแด้
3. หลังติดผล 1 – 2 สัปดาห์ สุ่มช่อผล 10 ช่อต่อต้นใช้แว่นขยายส่องดูไข่บนผล 5 ผลต่อช่อ ถ้าพบไข่ให้ทำ การป้องกันกำ จัดโดยใช้คาร์บาริล(85%ดับบลิวพี) 45 กรัม/น้ำ 20 ลิตร พ่นเมื่อพบ
การระบาด 3-4 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน

ไรสี่ขา

ลักษณะและการทำลาย
ไรมีขนาดเล็กมาก สีชมพูเรื่อๆ ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ไรดูดกินน้ำเลี้ยงบนยอดอ่อน ช่อดอกและหลบซ่อนตามชิ้นส่วนที่ถูกทำลาย ส่วนที่ถูกทำลายจะแสดงอาการแตกพุ่มฝอยเหมือนไม้กวาดหรือคล้ายกับอาการของ

โรคพุ่มไม้กวาดหรือโรคกะหรี่
มักพบทำลายอย่างรุนแรงในต้นที่มีอายุมากทำให้ต้นทรุดโทรม

ช่วงเวลาระบาด ช่วงเดือน
กุมภาพันธ์ – เมษายน

การป้องกันกำจัด
1. เมื่อตรวจพบยอดมีอาการแตกพุ่มฝอยคล้ายไม้กวาด ให้ตัดและเผาทำลาย
2. หากมีการทำลายเป็นบริเวณกว้าง ทำการป้องกันกำจัดโดยใช้กำมะถันผง (80%ดับบลิวพี) 40กรัม/น้ำ 20 ลิตร พ่น 1-3 ครั้งทุก 4 วัน

ป้องกันค้างคาวเข้ากัดกินไม้ผลด้วยลูกเหม็น
ในปัจจุบันในการ ผลิตลำไยต้องใช้ต้นทุนสูง โดยเฉพาะการผลิตลำไยนอกฤดู  ปัญหาสำคัญอย่างหนึ่ง ของการผลิตลำไยในจังหวัดตาก คือค้างคาวที่เข้ามากัดกินผลลำไย  ทำให้เกษตรกร ต้องลงทุน ในการกำจัดค้างคาว เช่นการใช้ตาข่ายดักจับแล้วทำลาย  หรือใช้ ประทัดจุดขับไล่เป็นต้น

แต่ปัจจุบันนายเป็ง เอี้ยงหมี บ้านทุ่งมะขามป้อม ตำบลพระธาตุ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก เกษตรกรผู้ปลูกลำไย ได้ใช้ลูกเหม็นในการกำจัดค้างคาว ซึ่งเป็นการลงทุนต่ำและไม่ยุ่งยาก ซึ่งได้บอกขั้นตอนต่างๆดังนี้

1.นำลูกเหม็นมาบรรจุใส่ถุงพลาสติกถุงละ 3-4 ลูก
2.นำถุงพลาสติกที่บรรจุลูกเหม็นแล้วมามัดติดตามกิ่งลำไยบริเวณปลายกิ่งหรือบริเวณลูกลำไย ต้นละ 3-4 จุด

เมื่อค้างคาวมากัดกินผลลำไยก็จะได้กลิ่นลูกเหม็นก็จะไม่เข้ามาใกล้ ทำให้ลดการรบกวนการทำลายของค้างคาวได้เป็นอันมากและต้นทุนไม่สูงลูกเหม็นหา ซื้อในตลาดได้ง่ายด้วย

Share This Post

Recent Posts in ตลาดเกษตร | ลงประกาศซื้อ-ขายสินค้าเกษตร

Powered by · Dimple